2020 เป็นปีที่ถูกจดจำในฐานะปีที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลสำหรับองค์กรต่างๆ เนื่องด้วยหลายพันล้านคนต้องทำงานที่บ้านและ ‘ใช้ชีวิตแบบเสมือนจริง‘ ซึ่งทำให้เกิดการสร้างข้อมูลจำนวนมหาศาลเป็นประวัติการณ์
จากที่เคยต้องไปโรงเรียนหรือที่ทำงาน ก็กลับกลายมาเป็นการใช้ Zoom หรือ Google Classroom การซื้อของออนไลน์และการใช้เวลาในแต่ละวันไปกับคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนกลายเป็นสิ่งที่เราใช้เพื่อความบันเทิงและการใช้ชีวิตแบบ new normal
ในช่วงแรก ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีการกำกับดูแลที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์เพื่อโอกาสใหม่ๆ ก็ถือเป็นความเสี่ยงสำหรับผู้ใช้งานและลูกค้าของคุณได้
ปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวขัดขวางความน่าตื่นเต้นของข้อมูลจำนวนมหาศาล
ในขณะที่ผู้ใช้งานและลูกค้าต่างเป็นกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวส่วนบุคคลที่อาจถูกละเลย
ถ้าธุรกิจของคุณ…
เนื่องจากเมื่อปีที่แล้วพวกเราต้องย้ายธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์กันอย่างเร่งรีบ หลายคนจึงไม่ได้มีเวลามากนักในการพิจารณาเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ บริษัทที่ใช้ข้อมูลอย่างไร้จรรยาบรรณต่างก็ตกอยู่ในความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของคนที่พวกเขาต้องพึ่งพามากที่สุด นั่นก็คือผู้ใช้งานและลูกค้าของพวกเขานั่นเอง
ข้อมูลจะต้องอยู่ในความดูแลและได้รับการรักษาความปลอดภัย
จำนวนของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจะต้องมีการจัดการและนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม การกำกับดูแลข้อมูลที่ดีควรเป็นแนวปฏิบัติที่คุณควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ ตอนนี้ธุรกิจจำเป็นจะต้องเปิดเผยได้อย่างสมบูรณ์ว่าข้อมูลของพวกเขาถูกเก็บไว้ที่ไหน ใครสามารถเข้าถึงได้บ้าง และเมื่อไหร่ที่มีการนำไปใช้งานบ้าง
เพื่อให้เป็นเช่นนั้น คุณจำเป็นจะต้องวางเป้าหมาย จัดวางโครงสร้าง และกำหนดสิทธิ์ให้กับข้อมูล สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีตัวขับเคลื่อนจากข้อมูลซึ่งช่วยในการตัดสินใจได้โดยที่ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของคนอื่น หากคุณเพิ่งทำการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลเสร็จ ต่อไปก็ถึงเวลาที่ต้องบังคับใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมด้านความเป็นส่วนตัว
ข้อมูลจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
หากข้อมูลตกไปอยู่ในมือผิดคน ก็อาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อธุรกิจและชื่อเสียงของคุณได้ การขโมยข้อมูลยังสามารถทำลายความไว้วางใจของผู้ที่คุณต้องพึ่งพามากที่สุดอย่าง พนักงาน ผู้บริโภค และลูกค้า ผลกระทบจากการถูกโจมตีสามารถทำลายและเป็นอันตรายต่อธุรกิจของคุณอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ซึ่งบางครั้งก็ตามมาด้วยค่าเสียหายเป็นจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
2021 จะเป็นปีที่โลกเปลี่ยนไปเนื่องด้วยบริษัททำการปรับปรุงการรวบรวมและควบคุมข้อมูลที่ระบุตัวตน (identifiable information, PII) โดยมีเป้าหมายให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมการเก็บข้อมูลส่วนตัวขององค์กรธุรกิจได้มากขึ้น เช่นเดียวกับประเทศออสเตรเลียที่กำลังทำตามตัวอย่างของ EU GDPR กฎหมายใหม่แต่ละฉบับจะมุ่งเน้นไปที่ปัญหาด้านการกำกับดูแลข้อมูลซึ่งมาพร้อมบทลงโทษอย่างหนัก
มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะแยกการกำกับดูแลข้อมูลออกจากความเป็นส่วนตัวส่วนบุคคล ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลจะต้องบูรณาการเข้าไว้ในกระบวนการแชร์ข้อมูล
ด้านล่างนี้คือ 4 ขั้นตอนที่จะช่วยคุณในการกำกับดูแลข้อมูล
ขั้นตอนแรก – สร้างระบบที่มีการบริหารจัดการข้อมูลที่ดี สิ่งนี้จะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจ นอกจากนี้ให้กำหนดบทบาทและสิทธิการเข้าถึงข้อมูลในหลากหลายระดับ ซึ่งจะช่วยองค์กรในการสร้างคอมมูนิตี้เพื่อแบ่งปันแบบรวมศูนย์ด้านดิจิทัล
ขั้นตอนที่สอง – ใช้ลำดับชั้นของข้อมูล (data hierarchy) เพื่อสร้างความไว้วางใจ การกำกับดูแลข้อมูลที่ดีจะส่งผลดีต่อการกำกับดูแลโดยรวมขององค์กร การให้ลูกค้าเป็นเจ้าของข้อมูลของพวกเขาเองจะสร้าง ‘ความไว้วางใจด้านข้อมูล‘ ให้กับองค์กรที่ดูแลข้อมูลของพวกเขา
ขั้นตอนที่สาม – ทำให้เป็นความรับผิดชอบด้านจริยธรรมของคุณในการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ธุรกิจไม่ใช้ผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลข้อมูล อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่เปิดเผยนโยบายด้านการกำกับดูแลของพวกเขาจะถูกมองว่ามีจริยธรรมมากกว่า
ขั้นตอนที่สี่ – สร้างขอบข่ายของการกำกับดูแลข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว ความเป็นส่วนตัวด้านข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การสร้างขอบข่ายด้านการกำกับดูแลข้อมูลที่แน่ชัดจะช่วยให้มีการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ตอบสนองกฎข้อบังคับและความต้องการด้านการกำกับดูแลให้เร็วที่สุด
IBM Planning Analytics เป็นโซลูชันด้านการวางแผนที่มีโครงสร้างด้านการกำกับดูแลข้อมูลความเป็นส่วนตัวแบบบิวท์อิน ค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างรากฐานด้านการกำกับดูแลข้อมูล โดยที่ไม่สูญเสียความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก ติดต่อพีเอ็มสแควร์ได้แล้ววันนี้!

