PMsquare ThailandPMsquare ThailandPMsquare Thailand

การวิเคราะห์ผลต่างด้านปริมาณและราคา (Price Volume Mix Analysis) ใน TM1

โดย Yuri Kudryavcev ที่ปรึกษาบริษัท Cornerstone Performance Management

ผมเพิ่งมีโอกาสได้อ่าการวิเคราะห์ปริมาณราคาแบบผสมผสานด้วยเทมเพลต IBM Accelerator และเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับตัวผมเองเมื่อ ปีที่แล้ว ตอนที่ต้องสร้างเทมเพลตสำหรับโมเดลด้านเภสัชกรรมเอง และนี่ก็คือใจความสำคัญบางส่วนโดยสรุป 

Price Volume Mix คืออะไร?

ผลต่างของปริมาณและราคา (Price volume variance) เป็นการวิเคราะห์พื้นฐานสำหรับบริษัทที่เรียกได้ว่าเป็นบริษัท วิดเจ็ต‘ (ขายผลิตภัณฑ์แทนการให้บริการซึ่งคุณจะเห็นได้บ่อยในบริษัทที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขายได้เร็ว (Fast-moving consumer goods, FMCG) ยา สินค้าสำหรับอุปโภคบริโภคทั่วไป โดยมีเป้าหมายก็คือการแจกแจงผลต่างยอดขาย (sales variance) จากสถานการณ์ต่างๆ และระบุผลต่างออกมาเป็น: 

  • ปริมาณ (volume): เราขายเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • ราคา (price): เราขายราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • ผลกระทบจากสกุลเงิน (currency impact): เราทำเหมือนเดิมทุกอย่างแต่มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน

หากวาดออกมาเป็นกราฟ ก็เหมือนกับว่าคุณต้องการที่จะสร้าง ‘สะพาน’ เชื่อมระหว่าง สถานการณ์ ซึ่งสามารถระบุผลต่างออกมาได้ ดังนี้:

จากกราฟแสดงให้เห็นว่าผลต่างระหว่างปี 15 และปี 16 เป็นยอดรวม 15,000 ปอนด์ ซึ่งแบ่งออกได้เป็นผลต่าง 10,000 และ 5,000 ปอนด์ สำหรับปริมาณและราคาตามลำดับ จึงกล่าวได้ว่าเราได้รับ 10,000 ปอนด์ที่มากขึ้น เพราะเราปริมาณขายที่มากขึ้น และได้รับ 5,000 มากขึ้นเพราะเราคิดราคาขายได้เพิ่มขึ้น หรือสามารถอธิบายได้อีกแบบด้วยกราฟนี้

ข้อควรพิจารณาในการนำไปใช้

เทมเพลต IBM ประกอบไปด้วยส่วนสำคัญมากมายที่พร้อมสำหรับนำไปใช้งาน:

  • เลือกระดับของผลิตภัณฑ์ (หรือส่วนอื่นใดที่สำคัญ) เพื่อนำไปใช้คำนวณ เช่น คุณอาจเห็นผลต่างที่ระดับผลิตภัณฑ์ แต่อาจไม่เจอผลต่างในระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์
  • การมีทั้งต้นทุนขายสินค้า รวมทั้งยอดขายรวม (Gross Sales) และยอดขายสุทธิ (Net Sales) เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการวิเคราะห์แบบครบวงจร แต่ให้ระวังผลต่างของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เนื่องจากการคำนวณทั้งหมดให้ถูกต้องนั้นค่อนข้างยาก
  • ผลต่างจากการปรับเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยน – คุณจำเป็นต้องคำนึงถึงอัตราแลกเปลี่ยนอยู่เสมอ ผมไม่ได้ขาย 100% ใน 2 สกุลเงิน (ฉันใช้ 1) ซึ่งต้องมีอัตราที่เทียบเคียงกันได้ในเทมเพลต

ยังมีประเด็นเพิ่มเติมที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • ให้นึกถึงการเพิ่มบัญชีหรือรายการให้มากขึ้นเพื่อการวิเคราะห์แบบ “เจาะลึก” อยู่เสมอ เช่น มีการเปลี่ยนแปลงของราคาเพราะเราให้ส่วนลดสำหรับการซื้อปริมาณมาก? ผมมักจะเพิ่มรายการยอดขายรวม (Gross Sales) บนกำไรขั้นต้น (Margin revenue) เผื่อไว้ในกรณีที่ต้องใช้
  • เพิ่มผลิตภัณฑ์อย่างการบรรจุภัณฑ์ใหม่ (repackaging) เพื่อการเปรียบเทียบ (creating a comparable) เพื่อให้คุณสามารถจำลองสถานการณ์ขึ้นใหม่ได้อย่างหลากหลายสำหรับส่วนประสมของผลิตภัณฑ์ (product mix) ที่เหมือนกัน การทดแทนผลิตภัณฑ์ด้วยผลิตภัณฑ์เดียวกันในเวอร์ชันใหม่ (เช่น แพ็คเกจที่ต่างกันของยา) อาจจะดูเหมือนส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลิตภัณฑ์เดิม แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป
  • ผมหลีกเลี่ยงการทำลักษณะนี้กับโมเดลที่มีปริมาณข้อมูลจำนวนมาก การแยกเป็น Cube รายงาน และดึงข้อมูลโดยใช้ TI เป็นทางออกที่ดี โดยการวิเคราะห์นี้จำเป็นต้องใช้การคำนวณที่ระดับผลรวม (C level rules) จำนวนมากซึ่งทำให้ใช้เวลาในการประมวลผล
  • ไม่น่าแปลกใจเลยที่เราไม่สามารถกำหนดมาตรฐานการคำนวณนี้ได้แม้สำหรับสาขาของบริษัทเดียวกันในประเทศต่างๆ และยังคงเป็นเรื่องยากที่จะเริ่มต้นจากโมเดลเทมเพลต เพราะการคำนวณระดับแม่ (C-level rules) จะทำให้คุณรู้สึกสับสนได้

โพสดั้งเดิมของบล็อกนี้อยู่ใน Applied Dimensionality 

https://www.ykud.com/blog/cognos/tm1-cognos/pvm/ 

Leave A Comment